WHAT'S NEW?
Loading...

ปวดแสบปวดร้อนที่ยอดอกบ่อยๆ..อาจเสี่ยงเป็นมะเร็งที่หลอดอาหาร


Advertisements

ปวดแสบปวดร้อนที่ยอดอกบ่อยๆ..อาจเสี่ยงเป็นมะเร็งที่หลอดอาหาร

กรดไหลย้อน มักเกิดจากความเร่งรีบในการกินอาหาร โดยเฉพาะหนุ่มสาวออฟฟิศที่มักจะมีเวลาในการพักกลางวันไม่นาน แล้วยังต้องรีบกลับไปทำงานต่อ หรือรีบเดินทางไปทำธุระต่างๆ เมื่อเวลาบีบรัดจึงทำให้ต้องกินข้าวด้วยความเร็ว เคี้ยวไม่ละเอียดบ้าง กลืนเร็วบ้าง รวมทั้งการกินจุบกินจิบตลอดเวลาด้วย

สังเกตตัวเอง 

อาการหลักๆของโรคนี้คือ มีน้ำย่อยจากกระเพาะอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกรดไหลย้อนขึ้นมาที่หลอดอาหาร และมีอาการปวดแสบปวดร้อนที่ยอดอก ท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอเปรี้ยว หรือมีรสขมในปากร่วมด้วย

ซึ่งอาการเหล่านี้คล้ายคลึงกับโรคกระเพาะ จนทำให้หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าตัวเองเป็นโรคกระเพาะ เลยไปซื้อยาเคลือบกระเพาะมากินเอง ซึ่งเป็นการรักษาที่ไม่ตรงจุด ฉะนั้นทางที่ดีถ้ามีอาการเตือนเหล่านี้น่าจะปรึกษาคุณหมอ เพื่อตรวจให้แน่ชัดว่าคุณเป็นโรคกระเพาะหรือกรดไหลย้อนกันแน่ และรักษาตามขั้นตอนที่ถูกต้อง

นอกจากนี้แล้ว อาการที่กล่าวมาข้างต้นจะเป็นมากขึ้น หลังจากที่การกินอาหารมื้อหนักๆ ยกของหนัก โน้มตัวไปข้างหน้าหรือนอนหงาย กรดที่ไหลย้อนขึ้นมานี้มีความเข้มข้นสูงมากพอที่จะทำอันตรายกับเยื่อบุหลอด อาหารจนอักเสบและเกิดแผลได้

แม้โรคนี้จะไม่ใช่โรคที่ร้ายแรงถึงชีวิต แต่ก็สร้างความทรมานและมีผลกับคุณภาพชีวิต ประสิทธิภาพการทำงานของเราได้ ซึ่งถ้าเป็นแล้วปล่อยทิ้งไว้ ไม่รีบรักษาก็จะทำให้หลอดอาหารอักเสบเป็นแผลรุนแรงเรื้อรัง จนหลอดอาหารตีบ เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ที่หลอดอาหาร และอาจรุนแรงถึงขั้นเป็นมะเร็งที่หลอดอาหารได้ค่ะ


การป้องกันกรดไหลย้อนด้วยตัวเอง

1. ต่อให้งานหนักและยุ่งขนาดไหน ต้องไม่ลืมเวลาอาหารในแต่ละมื้อ ซึ่งควรกินให้เป็นเวลา

2. ให้เวลากับการกินอาหารให้พอเหมาะไม่ เร่งรีบจนเกินไป แต่ละมื้ออาหารควรกินแค่พออิ่ม ไม่มากจนเกินไปโดยเฉพาะในมื้อเย็น และไม่ควรนอนทันทีหลังจากกินอาหาร

3. หลีกเลี่ยงอาหารที่มันจัด อาหารรสเปรี้ยวจัด เผ็ดจัด น้ำอัดลม น้ำชา กาแฟ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

4. ดูแลตัวเองไม่ให้น้ำหนักมากหรืออ้วนจนเกินไป เพราะความอ้วนจะทำให้มีความดันในช่องท้องสูง ทำให้เกิดกรดไหลย้อนได้มาก

5. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

6. งดการสูบบุหรี่ เพราะจะทำให้เกิดกรดมาก หูรูดอ่อนแอ

7. นอนตะแคงซ้ายและนอนหนุนหัวเตียงให้สูงอย่างน้อย 6 นิ้ว การนอนในท่านี้จะช่วยให้จำนวนครั้งในการคลายตัวของหูรูดน้อยลง

หากปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตตามนี้ แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ก็ต้องปรึกษาคุณหมอเพื่อรับยาร่วมด้วยหรืออาจต้องส่องกล้อง หรือผ่าตัด ซึ่งแล้วแต่ความรุนแรงของอาการค่ะ แต่หากคุณรักษาอาการต่างๆ จนทุเลาดีแล้ว ก็ยังต้องคงพฤติกรรมเหล่านี้ต่อไป ไม่เช่นนั้นกรดไหลย้อนก็จะย้อนกลับมารังควานสุขภาพของเราได้อีก

ที่มาจาก...Momypedia : She’s Smart / http://www.rakluke.com

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น