WHAT'S NEW?
Loading...

สูตรชาแก้เก๊าท์‬ ดื่มแทนน้ำเปล่าติดต่อกัน 1-2 สัปดาห์ ได้ผลดีเกินคาด!!


Advertisements


สูตรชาแก้เก๊าท์‬ ดื่มแทนน้ำเปล่าติดต่อกัน 1-2 สัปดาห์ ได้ผลดีเกินคาด!!

ผู้ที่เจาะเลือดแล้วมียูริคสูง ไม่ได้บอกว่าจะเป็นเก๊าท์!!

โรคเก๊าท์ เกิดจากภาวะที่กรดยูริคในเลือดมีปริมาณสูงเกินไป เกินกว่าที่จะสามารถอยู่ในเลือดในรูปสารละลายได้ จึงมีการตกตะกอนสะสมอยู่ตามที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะในที่ที่มีอากาศเย็นกว่าบริเวณอื่น เช่น ตามข้อ ทำให้ข้ออักเสบ หรือ ตามศอก นิ้ว ติ่งหู ตาตุ่ม หลังเท้าทำให้เกิดปุ้มก้อนเกิดขึ้น

แต่ถ้าไม่มีอาการข้ออักเสบแบบเก๊าท์มาก่อน ไม่จำเป็นต้องเยียวยา มีผู้เข้าใจผิดอยู่มาก บางรายหาซื้อยาลดกรดยูริคมาทานเองเมื่อตรวจพบเพียงแค่ยูริคในเลือดสูง เพราะยูริคในเลือดสูง ไม่ได้เป็นเก๊าท์ทุกราย หากใครตรวจเลือดแล้วพบว่ามียูริคสูงทำสูตรนี้ทานนะครับ

ส่วนประกอบ

1. ตะไคร้ 4-5 ต้น
2. ใบเตย 2-3 ใบ
3. น้ำสะอาด 2 ลิตร

Photo By gastronomictravels.com


ต้มสมุนไพรจนเดือด พอเดือดลดไฟลง ต้มต่ออีก 15 นาที ห้ามเปิดฝาโดยเด็ดขาด ครบ 15 นาที ทิ้งไว้ให้เย็น ดื่มแทนน้ำเปล่าติดต่อกัน 1-2 สัปดาห์ จะล้างกรดยูริคในเลือด

สาเหตุของอาการปวดเข่าจากโรคเก๊าท์ได้ดีมากๆแบบไม่ต้องใช้ยาเลยครับ คนไข้ที่ใช้น้ำมันหัวเข่าบรรเทาอาการปวดเข่า แต่ท่านปวดเข่าจากโรคเก๊าท์ต้องทานชาเพิ่มนะครับ เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ

สูตรนี้ได้รับการยืนยันจากคนไข้เองว่า ได้ผลดีเกินคาด!!

(ผลข้างเคียงคือ ทำให้ปัสสาวะบ่อยขึ้น หลีกเลี่ยงการดื่มก่อนเข้านอน 2 ชั่วโมงครับ)


Photo By noobcook.com


‪#‎คำเตือน‬!!!

- ผู้ที่มีภาวะไตวาย โรคไต ห้ามรับประทาน

- รับประทานติดต่อกัน 1-2 สัปดาห์ โดยดื่มแทนน้ำเปล่า ใช้เยียวยาโรคเก๊าท์เท่านั้น คนที่ไม่เป็น ห้ามรับประทานแบบนี้

- สูตรนี้ใช้ลดความดันโลหิตได้ โดยนำมาคั่วให้แห้ง ทำเป็นชาร้อนดื่มทุกๆเช้า ก่อนอาหาร

- คนที่ความดันต่ำห้ามรับประทาน

* อาหารที่ควรงด เพราะทำให้ยูริคในเลือดสูง

1.หัวใจไก่ 2.ไข่ปลา 3.ตับไก่ 4.มันสมองวัว 5.กึ๋นไก่ 6.หอย 7.เซ่งจี้(หมู) 8.ห่าน 9.ตับหมู 10.น้ำต้มกระดูก 11.ปลาดุก 12.ยีสต์ 13.เนื้อไก่,เป็ด 14.ซุปก้อน 15.กุ้งชีแฮ้ 16.น้ำซุปต่าง ๆ 17.น้ำสกัดเนื้อ 18.ปลาไส้ตัน 19.ถั่วดำ 20.ปลาขนาดเล็ก 21.ถั่วแดง 22.เห็ด 23.ถั่วเขียว 24.กระถิน 25.ถั่วเหลือง 26.ตับอ่อน 27.ชะอม 28.ปลาอินทรีย์ 29.กะปิ 30.ปลาซาดีนกระป๋อง


ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก : นพ.สุเมธ เถาหมอ / สมุนไพรหมอศุภ

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น