WHAT'S NEW?
Loading...

7 ประโยชน์ของการกดจุดซานยินเจียว แก้ปวดท้อง แน่นท้อง ท้องเสียบ่อย


Advertisements


7 ประโยชน์ของการกดจุดซานยินเจียว แก้ปวดท้อง แน่นท้อง ท้องเสียบ่อย

จุดซานยินเจียว จะอยู่เหนือตาตุ่มด้านในขึ้นมา ใช้นิ้วทั้ง 4 นิ้ว ทาบบนตาตุ่ม (ชี้ กลาง นาง ก้อย) จุดจะอยู่หลังกระดูกหน้าแข้ง เป็นจุดที่มี 3 เส้นลมปราณสำคัญมาตัดกัน ทั้งเส้นลมปราณม้าม ตับ และไต จึงทำให้สามารถรักษาดูแลได้ทั้ง 3 อวัยวะครับ

และจุดนี้ยังช่วยปรับฮอร์โมนในร่างกายได้ด้วย โดยเฉพาะฮอร์โมนเพศ นอกเหนือจากนั้น ทางแพทย์แผนจีนยังใช้จุดนี้เพื่อดูแลรักษา ป้องกันโรคต่างๆอีกด้วยครับ 

การกดจุดนี้จะกดค้างไว้ 30 วิ - 1นาที ประมาณ 3-5 ครั้ง (นานหรือมากกว่านั้นได้ครับ ไม่อันตราย) สามารถกดได้ทุกวัน ประโยชน์ของจุดนี้ คือ...


1. ปวดท้อง แน่นท้อง ท้องเสียบ่อย ลำไส้เคลื่อนไหวผิดปกติ เนื่องจากเป็นจุดที่เส้นลมปราณของม้าม ตับและไตตัดกัน ย่อมเกี่ยวกับระบบภายในช่องท้อง จุดนี้จึงช่วยรักษาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหารต่างๆ คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะและลำไส้ จุดนี้ช่วยรักษาและปรับสมดุลได้ดีครับ

2. ปัญหาเกี่ยวกับผู้หญิง อาทิเช่น ปวดประจำเดือน ตกขาว ประจำเดือนมาไม่ปกติ มีบุตรยาก เป็นต้นครับ จุดนี้จะช่วยให้เลือดและพลังสมบูรณ์ เลือดลมจะไหลเวียนได้ดีขึ้น ฮอร์โมนสู่ภาวะสมดุล ผลพลอยได้ที่ตามมาคือ ใบหน้าจะสดใสขึ้น ริ้วรอย ฝ้า จุดด่างดำจะดีขึ้นครับ

3. ช่วยปรับระบบการเผาผลาญในร่างกาย เมื่อระบบเผาผลาญดี ร่างกายก็จะนำพลังงานไปใช้ได้เร็ว และขับของเสียออกจากร่างกายได้ดีขึ้น จึงช่วยควบคุมน้ำหนักได้ดีครับ คนที่อ้วนง่ายกดจุดนี้บ่อยๆได้เลยครับ

4. ลดอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เพราะจุดนี้จะช่วยให้เลือดไหลเวียนไปที่อวัยวะเพศทั้งหญิงและชายได้ดีขึ้น ระบบประสาทตื่นตัวดีขึ้นครับ

5. ช่วยลดอาการวัยทอง นอนไม่หลับ ใจสั่น ร้อนวูบวาบ หงุดหงิดง่าย ร้อนตามฝ่ามือฝ่าเท้า

6. ช่วยในส่วนของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ อาการปวดตามกล้ามเนื้อ ปวดขา ปวดเท้า กล้ามเนื้อขาลีบหรือขาอ่อนแรง

7. บำรุงยิน ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน เมื่อตับ ม้าม และไตทำงานได้ดีขึ้น อาการของโรคพวกนี้ก็จะดีตาม ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ควรทำร่วมกับการทานยา ควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วยนะครับ

*** ข้อควรระวัง: สตรีมีครรภ์ห้ามกดหรือฝังจุดนี้ (ยกเว้นในกรณีจำเป็นที่ต้องฝัง ควรอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด)



บทความจาก...... เพจ สมุนไพรหมอศุภ คลินิกสมุนไพรหมอศุภการแพทย์แผนไทย / Cr.ภาพจาก Explore IM Integrative Medicine

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น