WHAT'S NEW?
Loading...

เป็นริดสีดวงทำไงดี...พร้อมสูตรยารักษา


Advertisements


เป็นริดสีดวงทำไงดี...พร้อมสูตรยารักษา Photo By naturalmedicinebox.net

โรคริดสีดวงทวาร เป็นโรคที่ทำให้คุณทำอะไรก็ลำบากไปเสียหมด ไม่ว่าจะเป็น การลุก การเดิน การยืน การนั่ง การนอน หรือในทุกๆอิริยาบถ ริดสีดวงทวารคือ การที่เส้นเลือดดำ รอบๆทวารหนักเกิดการโป่งพองขึ้น ทำให้เกิดอาการริดสีดวงทวารขึ้น

ซึ่งอาการเริ่มต้นจะมีตั้งแต่คันที่ปากทวารหนัก จนไปถึงเจ็บทวารหนักเวลาขับถ่าย หรือบางทีมีเลือดปนมากับอุจจาระ ลักษณะเป็นเลือดสดๆหลังการขับถ่าย อาจมีหัวริดสีดวงทวารยื่นออกมาข้างนอกมีรูปร่างต่างๆ กันออกไป เช่น เดือยไก่ กลีบมะเฟือง กลับมะไฟ เม็ดข้าวโพด บานทะโร่ เป็นต้น

สาเหตุ

-- ส่วนใหญ่มาจากท้องผูก อาหารที่ไม่เหมาะสม

-- ส่วนการท้องเสียก็ทำให้เกิดการอักเสบของกล้ามเนื้อรอบทวารหนัก ทำให้เส้นเลือดอักเสบ โป่งพองออกมาได้เช่นกัน

-- วิถีชีวิตของคนในสังคมปัจจุบันที่ต้องอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนานๆ

--ขาดการออกกำลังกาย

-- ความเครียด ความโกรธ

-- การมีเพศสัมพันธ์มากเกินไป

ล้วนเป็นปัจจัยของการเป็นริดสีดวงทวารทั้งสิ้น และมาจากพฤติกรรมการขับถ่าย หรืออาการท้องผูกเรื้อรัง ทำให้ต้องใช้กำลังภายในในการเบ่งมาก (พูดเหมือนหนังจีนเลย)จึงทำให้เส้นเลือดดำบริเวณทวารหนักเกิดการโป่งพองจนกลายมาเป็นโรคริดสีดวงในที่สุด

การใช้เป็นยาสมุนไพรไทย

ในลักษณะนี้ต้องใช้สมุนไพรร่วมที่มีความชุ่มชื้น หล่อเลื่อน เช่น

งา : ซึ่งจะมีฤทธิ์ร้อน หล่อลื่น ช่วยระบายท้อง ลดการอักเสบของหัวริดสีดวง ช่วยห้ามเลือดจากหัวริดสีดวง และน้ำมันงา ใช้ทาหัวริดสีดวง แก้ริดสีดวงอักเสบได้

แมงลัก : มีความชุ่มชื้น โดยใช้เมล็ดแมงลักสัก 2 ช้อนแกง ผสมน้ำสุกอุ่นทิ้งให้บานเต็มที่ โดยใส่น้ำให้มากหน่อยอย่าให้ข้นเกินไป กินก่อนนอน

กระเจี๊ยบมอญ : ช่วยหล่อลื่น ลดการอักเสบ โดยกินเป็นผักให้ได้มากที่สุดอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ

เม็ดในมะม่วง : มีความมัน ช่วยหล่อลื่น และความฝาดช่วยกระชับสมาน โดยหั่นตากแห้งบดผง ผสมน้ำเชื่อมหรือน้ำผึ้ง ปั้นลูกกลอนขนาดเท่าเม็ดในพุทรา กินวันละ ๓ ครั้ง ครั้งละ ๑ เม็ด ก่อนอาหาร

ลดการอักเสบและทำให้ฝ่อ

เพชรสังฆาต วิธีการใช้รักษาโรคริดสีดวง จะใช้เพชรสังฆาตสดหนึ่งปล้อง แต่เนื่องจาก เพชรสังฆาตมีรสขม และคันคอมาก หากรับประทานไปตรงๆ ปากอาจจะพองได้ แถมยังคันคอมากอีกด้วย คล้ายกับเวลาเราทานพืชจำพวกบอน ฉะนั้นจึงแนะนำให้ ตัดเถาสดเป็นปล้องเล็กๆ ปล้องละ 1 เซนติเมตร หุ้มด้วยกล้วยสุก หรือมะขามเปียก แล้วกลืนวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็นหลังอาหาร โดยให้ทานติดต่อกัน 10 วันจึงจะเห็นผล ถ้ายังไม่หายดี หรือหายขาด แนะนำ ให้ทานต่ออีก 5 วัน

อีกวิธี เป็นวิธีการใช้เพชรสังฆาต แบบแห้ง โดยให้ใช้เพชรสังฆาตไปตากแห้ง จากนั้นนำมาบดใส่แคปซูลเบอร์ 2 (หาซื้อได้ตามร้านขายยา) จะได้ผงยานี้ 250 มิลลิกรัม โดยให้รับประทานครั้งละสองแคปซูล วันละ 4 ครั้งก่อนอาหาร และ ก่อนนอน โดยรับประทานติดต่อกัน 1 สัปดาห์ อาการจะดีขึ้น ถ้าเริ่มหายดีแล้ว ให้รับประทานติดต่อกันอีก 7 วันจะทำให้หายขาด

เป็นสูตรตำรับ

เหงือกปลาหมอ: มีรสร้อน มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ โดยใช้เหงือกปลาหมอ 2 ส่วน กับพริกไทย 1 ส่วน ปั้นกับน้ำผึ้งขนาดเท่าเมล็ดพุทราไทย รับประทาน 1 - 2 เม็ดก่อนอาหารวันละครั้ง

อัคคีทวาร : มีรสร้อน มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ โดยใช้ให้อัคคีทวารทั้งห้า ต้นกระเจี๊ยบแดงทั้งห้า หัวยาข้าวเย็นเหนือ หนักอย่างละ 5 บาท ใส่น้ำให้ท่วมยา ต้มให้เดือดนาน 20 นาที กินวันละ 3 ครั้ง ครั้งละครึ่งแก้วก่อนอาหาร กินประมาณ 7 วัน

แบบหาง่ายใกล้มือตามท้องถิ่น

1. กล้วย โดยเพียงแค่รับประทานวันละ 2 ลูกก่อนรับประทานอาหารเช้า จะช่วยป้องกันคุณจากโรคริดสีดวงทวารได้

2. โมกเครือ โดยเราจะนำใบของต้นโมกเครือล้างให้สะอาด จากนั้นตำให้ละเอียดแล้วนำไปพอกไว้บริเวณหัวริดสีดวงในช่วงเวลาก่อนเข้านอน อาการที่รู้สึกเจ็บจากริดสีดวงจะบรรเทาหรือหายไป

3. กระเทียม เป็นวิธีง่ายๆโดยกานรำกระเทียมประมาณ 4- 5 กลีบ ปอกเอาเปลือกออก จากนั้นตำให้ละเอียดแล้วนำไปผสมกับน้ำอ้อยใช้ดื่มเพื่อบรรเทาอาการและรักษาโรคริดสีดวง

4. ทองกวาว ในการใช้ต้นทองกวาวมารักษาโรคริดสีดวงทวารจะเป็นวิธีคล้ายกับโมกเครือ โดยนำใบของต้นทองกวาวล้างให้สะอาดตำให้ละเอียด จากนั้นนำไปพอกบริเวณหัวริดสีดวงก่อนเข้านอน

5. น้ำมันงา ให้คุณนำน้ำมันงามาทาบริเวณหัวริดสีดวง ซึ่งจะช่วยให้อาการเจ็บที่ก้นเบาลงได้ เพราะน้ำมันงามีส่วนช่วยลดการอักเสบของริดสีดวงและช่วยยับยั้งไม่ให้มีเลือดไหลออกมาในขณะที่ถ่ายหรือหลังถ่าย


โดย ทางแพทย์สายพุทธ ข้อมูล http://www.oknation.net

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น