WHAT'S NEW?
Loading...

15 เคล็ดลับดูแลเสื้อผ้าให้หอมสะอาด หมดปัญหากลิ่นอับกวนใจในฤดูฝน


Advertisements


15 เคล็ดลับดูแลเสื้อผ้าให้หอมสะอาด หมดปัญหากลิ่นอับกวนใจในฤดูฝน

สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหารบกวนคุณพ่อบ้านแม่บ้านทั้งหลาย เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน ก็คือ เสื้อผ้าที่มีกลิ่นอับจากการที่ไม่ได้โดนแดด ผลลัพธ์ที่ตามมานั้นสร้างความปวดหัวไม่น้อย ไหนจะต้องทนใส่เสื้อผ้าเหม็นๆ ทำให้เราขาดความมั่นใจเวลาที่จะเดินออกบ้านไปทำงานหรือไปเรียน คงจะดีไม่น้อยหากเรามีเคล็ดลับที่จะมาช่วยแก้ปัญหาเสื้อผ้ามีกลิ่นอับในยามที่ฝนตกบ่อยๆ เช่นนี้...

วันนี้ในบ้านก็มีเคล็ดลับดีๆ สำหรับการดูแลเสื้อผ้าให้หอมสะอาด กำจัดคราบสกปรกและกลิ่นเหม็นอับให้หายเกลี้ยง งานนี้ไม่ต้องเป็นกังวลกันว่าจะต้องใส่เสื้อผ้าอับๆ เดินออกจากบ้านให้เสียความมั่นใจอีกแล้ว มีมาฝากกันถึง 15 เคล็ดลับด้วยกัน ลองมาดูกันเลยครับ

1. ไม่ควรซักผ้าทุกครั้งหลังใส่
เพราะเนื้อผ้าบางชนิดไม่ควรถูกทำความสะอาดบ่อยจนเกินไป อาจจะทำให้เนื้อผ้ายืดย้วยได้ หรือบางครั้งซักแล้วตากผ้าตอนฝนตกพอดีก็จะเกิดกลิ่นเหม็นอับอีก นอกจากนี้ยังเป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากร ทั้งน้ำและไฟฟ้าอีกด้วย ทางที่ดีควรจัดแยกชนิดผ้าก่อนว่าควรซักอย่างไรและควรซักตอนไหนจะดีกว่า

2. ทำความสะอาดส่วนที่เปื้อนก่อนซักจริง
ก่อนจะนำผ้าไปซักในเครื่อง ควรจะตรวจดูว่ามีคราบเปื้อนบนผ้าหรือไม่ และให้ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเฉพาะจุดก่อนนำไปซักกับเครื่อง เพราะหากมีคราบเปื้อนฝังอยู่แน่นหนา ลำพังการซักในเครื่องก็ไม่สามารถทำความสะอาดได้หมดจด

3. ซักกางเกงยีนส์หลังใส่มา 6 ครั้ง
ถึงแม้ว่ากางเกงยีนส์จะมีเนื้อผ้าที่ซักค่อนข้างยาก แต่ก็จำเป็นต้องซักอยู่ดี หลังจากใส่กางเกงยีนส์มาครบ 6 ครั้ง ก็ควรนำไปซักทันที เพราะเชื่อเถอะว่าถ้าใส่ครั้งที่ 7 จะต้องมีคนบ่นว่ากางเกงคุณมีกลิ่นเหม็นอับแน่นอน

4. ไม่ต้องซักสูททุกครั้งหลังใส่ก็ได้
การซักสูทบ่อยๆ จะทำให้สูทเสียทรงได้ อีกทั้งเสื้อสูทก็ไม่ใช่เป็นเสื้อที่เราจะใส่บ่อยๆ วิธีการดูแลรักษาก็คือ เมื่อใส่สูทแล้ว ก็ให้เอามากลับด้านในออกข้างนอก ผึ่งลมและแดดเพื่อขจัดความชื้นก็เพียงพอแล้ว

5. ไม่ควรซักชุดนอนบ่อยเกินไป
เนื่องจากชุดนอนทำมาจากผ้าที่มีความอ่อนโยน เพื่อเน้นความสะดวกสบายเวลาใส่ยามนอนหลับ การซักหลายๆ ครั้ง จะทำให้เนื้อผ้าถูกทำลายเอาได้ แนะนำให้ซักชุดนอนหลังจากใส่มาแล้วประมาณ 2 วันครับ

6. ทำราวตากผ้าในบ้าน
บางครั้งเมื่อเราซักผ้าเสร็จแล้ว อาจจะซวยได้เพราะเมฆฝนดันยกเค้าเตรียมตัวจะตกพอดี วิธีแก้ก็คือ ทำราวตากผ้าไว้ในบ้าน หรือใช้ราวแบบเคลื่อนที่ เผื่อเวลาที่ฝนหยุดแล้วเราจะได้เอาออกไปตากกลางแจ้งต่อได้

7. ห้ามนำผ้าเปียกชื้นใส่ถุงซักผ้า
หากผ้าที่เปียกชื้น ไม่ว่าจากเหงื่อหลังออกกำลังกาย หรือเปียกจากฝน ห้ามนำไปซักรวมกับผ้าแห้งเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้ผ้าอื่นๆ เหม็นอับได้ วิธีแก้ก้คือนำผ้าที่เปียก ไปผึ่งลมหรือแดดให้แห้งก่อน จากนั้นจึงนำไปใส่ถึงซักผ้ารวมกับตัวอื่นๆ

8. อย่าซักผ้าจำนวนมากในเครื่องซักผ้า
การใช้งานเครื่องซักผ้าก็ควรจะทนุถนอมเสียหน่อย ไม่ควรจะนำผ้าจำนวนมากยัดลงไปในเครื่อง เพราะนอกจากจะทำให้เครื่องซักผ้าทำงานหนักแล้ว ยังทำให้เสื้อผ้าไม่สะอาดและมีกลิ่นอับด้วย ควรจะแบ่งปริมาณการซักให้พอดีและเหมาะสม ถึงจะเสียเวลาหน่อย แต่รับรองได้ว่าเสื้อผ้าจะสะอาดทุกตัว

9. ตากผ้าเลยทันทีเมื่อซักเสร็จ
ในฤดูฝนเช่นนี้ เมื่อซักผ้าเสร็จแล้วก็ควรจะเอาออกตากทันที การปล่อยทิ้งไว้นานๆ จะทำให้ผ้าเราเหม็นอับได้ และอาจจะต้องเสียเวลาซักใหม่อีกรอบ เปลืองทั้งน้ำเปลืองทั้งไฟโดยใช่เหตุ

10. รักษาความสะอาดของเครื่องซักผ้าอยู่เสมอ
เคยมั้ย? บางครั้งที่ซักผ้าแล้ว ซักเท่าไหร่ก็ไม่สะอาด อาจจะเป็นเพราะเครื่องซักผ้ามีความสกปรกหมักหมมอยู่ ดังนั้นจึงควรหมั่นทำความสะอาดเครื่องซักผ้าทุกครั้งด้วยการใช้เบกกิ้งโซดา 1 ถ้วยตวง ผสมกับผงซักฟอก เติมน้ำร้อนลงไปในเครื่องซักผ้าและเติมน้ำส้มสายชูลงไปในช่องน้ำยาปรับผ้านุ่ม จากนั้นจึงเปิดเครื่องทำงานตามปกติ เครื่องซักผ้าของเราก็จะสะอาด ซักเสื้อผ้าได้หมดจดอีกครั้ง

11. จัดเก็บเสื้อผ้าไม่ให้หนาแน่นจนเกินไป
การเก็บเสื้อผ้าไว้รวมกันแออัดจนเกินไป จะทำให้เสื้อผ้ามีกลิ่นเหม็นอับขึ้นมาได้ ควรจัดวางเสื้อผ้าไว้ในที่ที่อากาศปลอดโปร่ง ถ่ายเทได้สะดวก แต่ถ้าตู้เสื้อผ้ามีขนาดเล็กและมีเสื้อผ้าเยอะมากเป็นพิเศษ แนะนำให้แขวนถุงกาละบูร หรือถุงน้ำหอมเพื่อดับกลิ่นเอาไว้ด้วย

12. เก็บหมวกและเข็มขัดไว้กับแผ่นอบแห้ง
ถึงแม้ว่าหมวกและเข็มขัดจะเป็นเครื่องแต่งกายที่ไม่จำเป็นต้องซักบ่อย แต่ถ้าทิ้งไว้นานๆ ก็อาจจะเกิดเชื้อราขึ้นมาได้ ควรจะนำแผ่นอบแห้งไปวางใกล้ๆ หรือจะใส่ไว้ในกล่องเดียวกันด้วยก็ได้ กลิ่นหอมของแผ่นอบแห้งจะช่วยดูดซับเหงื่อและกลิ่นอับออกไป

13. วางชอล์กในตู้เสื้อผ้า ดับกลิ่นอับและลดความชื้น
เมื่อถึงฤดูฝน เสื้อผ้ามักจะมีกลิ่นเห็มนอับในตู้เสื้อผ้า ให้แก้ไขโดยนำแท่งชอล์ก 2 แท่ง ไปวางไว้ในมุมใดมุมหนึ่งในตู้เสื้อผ้า ก็จะช่วยดูดซับกลิ่นอับและความชื้นออกไปได้

14. เบกกิ้งโซดาและน้ำส้มสายชูซักผ้าเช็ดตัว
ผ้าเช็ดตัวนั้น เป็นสิ่งที่เราต้องใช้ทุกวัน และมักจะอับชื้นอยู่บ่อยๆ และอาจจะทำให้เรารู้สึกระคายผิวเมื่อนำมาเช็ดตัวได้ วิธีแก้ไขก็คือ ให้นำผ้าเช็ดตัวไปซักในเครื่องซักผ้า แล้วเปลี่ยนจากผงซักฟอกให้เป็นเบกกิ้งโซดาและน้ำส้มสายชูแทนน้ำยาปรับผ้านุ่ม จะช่วยลดทั้งกลิ่นอับ เชื้อรา และคืนความสดชื่นให้กับผ้าเช็ดตัวของเรา

15. เครื่องอบผ้าช่วยลดกลิ่นอับและทำให้ผ้าแห้ง
หากประสบกับปัญหาเสื้อผ้าเหม็นอับ แนะนำให้หยดน้ำมันหอมละเหยกลิ่นที่ชอบลงบนเสื้อผ้าที่เพิ่งซักเสร็จ จากนั้นก็เอาไปเข้าในเครื่องอบผ้าใหเรียบร้อย เพียงเท่านี้เสื้อผ้าของเราก็จะหอมสะอาดไร้กลิ่นอับ ราวกับผ่านการตากแดดมาเลยทีเดียว


ที่มา...http://www.naibann.com

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น